สารบัญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5898/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5898/2533

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 44, 48, 71 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 79, 208

แม้ที่อยู่ของจำเลยทั้งสองตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้องจะเป็นภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสองตามหลักฐานทางทะเบียน แต่เมื่อโจทก์ทราบดีแล้วว่าจำเลยที่ 1 ขายกิจการให้ตน และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ได้ไปพักอยู่ที่อื่นซึ่งถือได้ว่าเป็นสำนักทำการงานของจำเลยทั้งสองแล้ว การที่โจทก์แถลงขอให้ศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งสองโดยวิธีการปิดหมายตามภูมิลำเนาที่ปรากฏทางทะเบียน ทั้ง ๆ ที่ทราบดีว่าจำเลยทั้งสองมิได้อยู่ที่บ้านดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบ จำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดและมีเหตุสมควรให้พิจารณาคดีใหม่.

เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนทรัพย์สินพร้อมทั้งใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิพากษาศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ว่า จำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา เพราะโจทก์ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง หมายนัดสืบพยานโจทก์ และคำบังคับไปยังสถานที่อื่นซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเพิ่งทราบเมื่อถูกเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา จำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ได้

โจทก์คัดค้านว่า จำเลยทั้งอสงมีภูมิลำเนาตามที่ระบุในคำฟ้องจำเลยทั้งสองจงใจขาดนัด ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทราบมาก่อนฟ้องคดีนี้แล้วว่า จำเลยที่ 1 มิได้อยู่ที่บ้านเลขที่ 817/1 ถนนอรุณอัมรินทร์แล้ว แต่โจทก์ก็ยังระบุที่อยู่ของจำเลยที่ 1 ในคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 อยู่บ้านเลขที่ดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 1นั้น โจทก์ก็ทราบว่าอยู่บ้านเลขที่ 26/122 แขวงลาดยาว เพราะโจทก์เคยส่งจดหมายไปยังจำเลยที่ 2 ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว รวมทั้งได้ทำหนังสือต่อท้ายสัญญากับจำเลยที่ 2 ที่บ้านเลขที่ดังกล่าวด้วยแต่โจทก์ก็ระบุในคำฟ้องว่าจำเลยที่ 2 อยู่ที่บ้านเลขที่656/307-308 ถนนจรัญสนิทวงศ์ และโจทก์ได้นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งสองตามที่อยู่ที่ระบุในคำฟ้อง ครั้นเมื่อพนักงานเดินหมายรายงานว่าส่งหมายให้จำเลยทั้งสองไม่ได้โดยบุคคลที่อยู่ในบ้านดังกล่าวแจ้งว่า จำเลยทั้งสองได้ย้ายไปแล้ว โจทก์ก็ยังแถลงต่อศาลว่าจำเลยทั้งสองยังคงมีที่อยู่ตามที่ระบุในคำฟ้อง และขอให้ศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองโดยวิธีปิดหมายตามที่อยู่ที่ระบุในคำฟ้อง แม้ที่อยู่ของจำเลยทั้งสองตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้องจะเป็นภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสองตามหลักฐานทางทะเบียนบ้านก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ทราบดีแล้วว่าจำเลยที่ 1 ได้ขายกิจการให้ตนและจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1ก็ได้พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 26/112 แขวงลาดยาว ซึ่งแม้จะมิใช่ภูมิลำเนาทางทะเบียน แต่ถือได้ว่าเป็นสำนักทำการงานของจำเลยทั้งสองได้ การที่โจทก์แถลงขอให้ศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งสองโดยวิธีปิดหมายตามภูมิลำเนาที่ปรากฏทางทะเบียน ทั้ง ๆที่ทราบดีว่าจำเลยทั้งสองมิได้อยู่ที่บ้านดังกล่าวแล้วเช่นนี้ จึงไม่ชอบ กรณียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา มีเหตุสมควรให้พิจารณาคดีใหม่

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา nan

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ชื่อคู่ความ โจทก์ - บริษัท ควอลิตี้ฟู้ด จำกัด จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟรีสอินเตอร์เนชั่นแนล กับพวก

ชื่อองค์คณะ ตัน เวทไว บุญส่ง วรรณกลาง วิทวัส อยู่วัฒนา

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน nan

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
ติดต่อเราทาง LINE