สารบัญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2532

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 197, 202

จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาลในวันสืบพยานและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโดยสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาคดีไปในวันเดียวกันนั้นจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย

เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านออกจากไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี แต่ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏว่าในชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสามมีหน้าที่นำสืบพยานก่อน ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 27 ตุลาคม 2529 เวลา 13.30 นาฬิกา ฝ่ายโจทก์มาศาลแต่ฝ่ายจำเลยไม่มาและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นรออยู่จนถึงเวลา 14.30 นาฬิกา โจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แล้วพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์ 1 ปาก โจทก์อ้างส่งเอกสาร 1 ฉบับแล้วแถลงว่าหมดพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีเสร็จการพิจารณาและมีคำพิพากษาในวันเดียวกัน ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 27 ตุลาคม 2529

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและมีคำพิพากษาในวันเดียวกันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยกฎหมายนั้น ได้ความตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 27 ตุลาคม 2529ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานจำเลยว่า จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล และไม่แจ้งเหตุขัดข้อง กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสองที่บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยานและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนสืบพยาน ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา" ดังนั้นจำเลยทั้งสามจึงเป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณา และในการพิจารณาโดยขาดนัดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 บัญญัติว่า"ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว…" เมื่อจำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณา และศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโดยสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาคดีไปในวันเดียวกันนั้น จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ว่าด้วยการพิจารณาโดยขาดนัดตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา nan

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นาย สม หวัง มี ทองคำ กับพวก จำเลย - นาย สม หวัง โพธิ์โซ๊ะ กับพวก

ชื่อองค์คณะ บุญส่ง วรรณกลาง ประชา บุญวนิช นิเวศน์ คำผอง

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน nan

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
ติดต่อเราทาง LINE